ความต้านทานการแทรกซึมคลอไรด์และการเกิดสนิมของเหล็กเสริมใน คอนกรีตผสมเถ้าลอยและผงหินปูนที่เผชิญสิ่งแวดล้อมทะเล.

Titleความต้านทานการแทรกซึมคลอไรด์และการเกิดสนิมของเหล็กเสริมใน คอนกรีตผสมเถ้าลอยและผงหินปูนที่เผชิญสิ่งแวดล้อมทะเล.
Publication TypeResearch
Year of Publication2560
Authorsทวีชัย สำราญวานิช., Taweechai Sumranwanich.
Corporate Authorsคณะวิศวกรรมศาสตร์., Faculty of Engineering.
Institutionมหาวิทยาลัยบูรพา. (Burapha University).
Cityชลบุรี. (Chonburi).
Typeงานวิจัย
Keywordsคอนกรีตเสริมเหล็ก., สาขาวิศวกรรมศาสตร์และอุตสาหกรรมวิจัย., เกลือคลอไรด์.
Abstractงานวิจัยนี้มุ่งศึกษาความต้านทานการแทรกซึมคลอไรด์ และการเกิดสนิมของเหล็กเสริมใน คอนกรีตที่เผชิญสิ่งแวดล้อมทะเลเป็นเวลา 3 ปี วัสดุประสานที่ใช้ ได้แก่ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ ประเภทที่ 1 ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภทที่ 5 ปูนซีเมนต์ปอซโซลาน เถ้าลอย และผงหินปูน ใช้ อัตราส่วนเถ้าลอยต่อวัสดุประสาน 0.20 0.40 และ 0.60 อัตราส่วนผงหินปูนต่อวัสดุประสาน 0.05 0.10 และ 0.15 และอัตราส่วนน้ำต่อวัสดุประสาน 0.40 0.50 และ 0.60 ทําการฝังเหล็กเสริม RB12 ในตัวอย่างคอนกรีตทรงลูกบาศก์ขนาด 20x20x20 ซม3 ที่ระยะหุ้มเหล็กเสริม 1 ซม 2 ซม 5 ซม และ 7.5 ซม แล้วบ่มตัวอย่างคอนกรีตเป็นเวลา 28 วัน ก่อนนําไปเผชิญสิ่งแวดล้อมทะเลบริเวณน้ำขึ้นน้ำลง ที่ตําบลอ่างศิลา อําเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เมื่อครบระยะเวลา 3 ปี จึงเก็บตัวอย่างคอนกรีตมา ทดสอบหาปริมาณคลอไรด์ที่ระดับความลึกต่าง ๆ จากผิวหน้าคอนกรีต กําลังอัดคอนกรีต และนํา เหล็กเสริมที่ฝังไว้มาทดสอบหาพื้นที่การเกิดสนิมและการสูญเสียน้ำหนักของเหล็กเสริมเนื่องจาก เกลือคลอไรด์ จากผลการทดลองพบว่า คอนกรีตที่ใช้ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ปอซโซลานมีความต้านทาน การแทรกซึมคลอไรด์ดีที่สุด สําหรับคอนกรีตที่ใช้วัสดุประสาน 2 ชนิด พบว่า คอนกรีตที่ผสมเถ้า ลอยหรือผงหินปูนไม่เกินร้อยละ 5 มีความต้านทานการแทรกซึมคลอไรด์มากกว่าคอนกรีตที่ใช้ ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภททที่ 1 เพียงอย่างเดียว สําหรับคอนกรีตที่ใช้วัสดุประสาน 3 ชนิด พบว่า การใช้สัดส่วนปริมาณเถ้าลอยสูงและผงหินปูนน้อยแทนที่ปูนซีเมนต์ในคอนกรีตทําให้ความ ต้านทานการแทรกซึมคลอไรด์สูงขึ้น การเพิ่มขึ้นของกําลังอัดคอนกรีตทําให้ความต้านทานการ แทรกซึมคลอไรด์ของคอนกรีตสูงขึ้น และการสูญเสียน้ำหนักของเหล็กเสริมลดลง This research aims to study chloride penetration resistance and corrosion of reinforcing steel in concrete exposed to marine environment for 3 years. The binders were Portland cement type 1, Portland cement type 5, pozzolan cement, fly ash and limestone powder. Fly ash to binder ratio of 0.20, 0.40 and 0.60 and limestone powder to binder ratio of 0.05, 0.10 and 0.15 were used. Water to binder ratio was varied at 0.40, 0.50 and 0.60. Reinforcing steels of RB12 were embedded in concrete cube specimens of size 20x20x20 cm at covering depths of 1, 2, 5 and 7.5 cm. Specimens were cured for 28 days before exposed in tidal zone of marine environment at Angsila, Muang, Chonburi. After 3-year exposure, the specimens were collected from site for testing the chloride content at different distance from exposed surface and the compressive strength of concrete. The embedded steels were investigated for the corrosion area and the weight loss of reinforcing steel due to chloride-induced corrosion. From the experimental results, it was found that concrete with pozzolan cement had the highest chloride penetration resistance. For binary binder concrete, concrete with fly ash or concrete with limestone not greater than 5% had higher chloride penetration resistance than concrete with Portland cement type 1 only. For ternary binder concrete, it was found that the use of higher fly ash content and lower limestone powder content to replace cement content of concrete resulted in higher chloride penetration resistance. The increase of compressive strength of concrete resulted in higher chloride penetration resistance and lower weight loss of reinforcing steel.
Research Notesโครงการวิจัยประเภทงบประมาณเงินรายได้ จากเงินอุดหนุนรัฐบาล (งบประมาณเงินแผ่นดิน) ประจําปี งบประมาณ พ.ศ. 2558 มหาวิทยาลัยบูรพา
Alternate TitleChloride penetration resistance and corrosion of reinforcing steel in concrete containing fly ash and limestone powder after exposed to marine environment.